counter 4,889

Profile

Ready for consequences ?

Calendar

September 2006
S M T W T F S
« Aug   Oct »
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 

Recent Readers

You!
Join storythai!

Baiiporrz

more+

"My beloved stranger"

                    มันเป็นเรื่องของหลายวันมาแล้ว และฉันเองก็จำมันไม่ค่อยได้ซักเท่าไหร่
จำได้เพียงลางๆว่า วันนั้นฉันมาถึงที่ทำงานเช้าไปหน่อย ประตูรั้วก็เลยยังปิดอยู่
ฉันอยากจะโทรไปเรียกให้พี่ข้างในมาเปิดให้แต่ก็ทำไม่ได้ เพราะว่าโทรศัพท์ของฉันไม่ได้จ่ายเงิน
ฉันเดินไปที่ตู้โทรศัพท์ใกล้ๆ หยิบเหรียญบาทหยอดลงไป 3 เหรียญ แต่โทรศัพท์ก็เงียบไม่มีเสียงตอบใดๆ
ฉันตัดสินใจนั่งลงรออยู่ที่หน้าประตู รอจนกว่าจะมีใครเปิดประตูมาเห็น หรือไม่ก็จนกว่าพี่เค้าโทรมาตาม
และแล้วขณะที่ฉันกำลังนั่งรออยู่นั้น ฉันก็ได้พบกับเธอ

                   เธอวิ่งผ่านหน้าฉันไปมา มีบ้างที่เธอชายสายตามองมาด้วยความสงสัย
มันคงแปลกซินะ ที่คนอย่างฉันจะต้องมานั่งรอบนทางเท้าแบบนี้ เพียงเพราะว่าโทรศัพท์ โทรออกไม่ได้
ฉันทำเป็นนั่งรอต่อและไม่สนใจ คงเป็นเพราะว่าฉันทึกทักเอาในใจว่าเธอกำลังหัวเราะเยาะฉัน
แต่แล้วฉันก็รู้สึกเศร้า ขณะที่นั่งเหม่ออยู่ ในใจของฉันรู้สึกเหงา
ฉันหันไปมองรอบๆ เพื่อมองหาเธอ แล้วเธอก็ยังอยู่ ยืนมองฉันอยู่ไม่ห่างออกไปนัก
ฉันรวบรวมความกล้าและเอ่ยคำพูดทักทายเธอ

                   เธอหยุดนิ่งทันทีเมื่อได้ยินเสียงของฉัน เธอคงไม่คิดว่าคนอย่างฉันอยู่ดีๆก็จะมาชวนคุยด้วย
เธอดูลังเลและครุ่นคิด ฉันเรียกเธอซ้ำ แต่เธอก็ยังคงรักษาความห่างระหว่างเราสองคนไว้
หน้าตาของฉันคงดูเป็นคนที่ไม่ค่อยน่าไว้ใจซักเท่าไหร่ ฉันเข้าใจ ว่าทำไมเธอถึงลังเล
หลังจากมองตาวัดใจกันอยู่นาน เธอก็เดินเข้ามาหาฉัน

                   คงเป็นเพราะว่าเธอยังเด็ก ฉันไม่ถือสาหรอก ที่เธอไม่ค่อยมีมารยาทกับฉันซักเท่าไหร่
อย่างน้อยฉันก็ไม่ต้องนั่งเหงาอยู่คนเดียว เราหยอกกัน เราเล่นกัน มีความสุขกันดีสองคน
จากผมเผ้าของเธอที่ดูรุงรัง ฉันแอบนึกในใจว่าตัวเธอคงจะเหม็น แต่แล้วกลับไม่ใช่
เธอหอมดี ผมนุ่ม และฉันเข้าใจดีว่าเธอก็คงสงสัยว่าผมฉันจะหอมและนุ่มเหมือนของเธอมั้ย

                   เราเล่นด้วยกันอยู่นาน จนประตูเปิดออก ฉันลุกขึ้นยืนยิ้มแห้งๆ ให้กับคนที่มาเปิดประตู
ก่อนจะเดินเข้าไปในประตู เราสองคนมองกัน เหมือนกับว่าเราจะล่ำลากันด้วยสายตา
ฉันเปลี่ยนที่นั่งรอ เข้าไปนั่งรอข้างในรั้ว มีแม่บ้านเอาน้ำมาให้ ไม่นานเท่าไหร่ฉันก็ต้องออกไปทำงาน

                   นานแค่ไหนแล้วไม่รู้ที่เราไม่ได้เจอกัน เราไม่เคยได้รู้ชื่อของกันและกันเลยด้วยซ้ำ
มาวันนี้ฉันต้องมาทำงานตั้งแต่เช้าเช่นเคย ฉันถามถึงเธอจากพี่คนหนึ่งที่กำลังกินไส้กรอกอยู่นอกรั้ว
แต่แล้วฉันก็ต้องพบกับข่าวร้ายที่ฉันไม่อยากฟัง

                    เธอถูกรถชนตาย มีคนจำกันได้แค่ว่าเป็นรถยนต์วอลโว่
ขับมาเร็วมาก ชนเธอตาย แล้วก็ขับหายไป
ฉันใช้เวลาอยู่นานเพื่อทำความเข้าใจ และทำใจในสิ่งที่เกิดขึ้น
ที่ๆเราพบกันเป็นเพียงซอยเล็กๆ ไม่เข้าใจเลยว่าคนขับจะรีบขับเร็วไปไหน
รถราคาแพง แต่ถูกขับเคลื่อนด้วยสัตว์ชั้นต่ำใจทราม ฉันคิดในใจ

รถยนต์วอลโว่คันนั้น ได้พรากคนแปลกหน้าที่ฉันรักไป












       

"My beloved stranger"

                    มันเป็นเรื่องของหลายวันมาแล้ว และฉันเองก็จำมันไม่ค่อยได้ซักเท่าไหร่
จำได้เพียงลางๆว่า วันนั้นฉันมาถึงที่ทำงานเช้าไปหน่อย ประตูรั้วก็เลยยังปิดอยู่
ฉันอยากจะโทรไปเรียกให้พี่ข้างในมาเปิดให้แต่ก็ทำไม่ได้ เพราะว่าโทรศัพท์ของฉันไม่ได้จ่ายเงิน
ฉันเดินไปที่ตู้โทรศัพท์ใกล้ๆ หยิบเหรียญบาทหยอดลงไป 3 เหรียญ แต่โทรศัพท์ก็เงียบไม่มีเสียงตอบใดๆ
ฉันตัดสินใจนั่งลงรออยู่ที่หน้าประตู รอจนกว่าจะมีใครเปิดประตูมาเห็น หรือไม่ก็จนกว่าพี่เค้าโทรมาตาม
และแล้วขณะที่ฉันกำลังนั่งรออยู่นั้น ฉันก็ได้พบกับเธอ

                   เธอวิ่งผ่านหน้าฉันไปมา มีบ้างที่เธอชายสายตามองมาด้วยความสงสัย
มันคงแปลกซินะ ที่คนอย่างฉันจะต้องมานั่งรอบนทางเท้าแบบนี้ เพียงเพราะว่าโทรศัพท์ โทรออกไม่ได้
ฉันทำเป็นนั่งรอต่อและไม่สนใจ คงเป็นเพราะว่าฉันทึกทักเอาในใจว่าเธอกำลังหัวเราะเยาะฉัน
แต่แล้วฉันก็รู้สึกเศร้า ขณะที่นั่งเหม่ออยู่ ในใจของฉันรู้สึกเหงา
ฉันหันไปมองรอบๆ เพื่อมองหาเธอ แล้วเธอก็ยังอยู่ ยืนมองฉันอยู่ไม่ห่างออกไปนัก
ฉันรวบรวมความกล้าและเอ่ยคำพูดทักทายเธอ

                   เธอหยุดนิ่งทันทีเมื่อได้ยินเสียงของฉัน เธอคงไม่คิดว่าคนอย่างฉันอยู่ดีๆก็จะมาชวนคุยด้วย
เธอดูลังเลและครุ่นคิด ฉันเรียกเธอซ้ำ แต่เธอก็ยังคงรักษาความห่างระหว่างเราสองคนไว้
หน้าตาของฉันคงดูเป็นคนที่ไม่ค่อยน่าไว้ใจซักเท่าไหร่ ฉันเข้าใจ ว่าทำไมเธอถึงลังเล
หลังจากมองตาวัดใจกันอยู่นาน เธอก็เดินเข้ามาหาฉัน

                   คงเป็นเพราะว่าเธอยังเด็ก ฉันไม่ถือสาหรอก ที่เธอไม่ค่อยมีมารยาทกับฉันซักเท่าไหร่
อย่างน้อยฉันก็ไม่ต้องนั่งเหงาอยู่คนเดียว เราหยอกกัน เราเล่นกัน มีความสุขกันดีสองคน
จากผมเผ้าของเธอที่ดูรุงรัง ฉันแอบนึกในใจว่าตัวเธอคงจะเหม็น แต่แล้วกลับไม่ใช่
เธอหอมดี ผมนุ่ม และฉันเข้าใจดีว่าเธอก็คงสงสัยว่าผมฉันจะหอมและนุ่มเหมือนของเธอมั้ย

                   เราเล่นด้วยกันอยู่นาน จนประตูเปิดออก ฉันลุกขึ้นยืนยิ้มแห้งๆ ให้กับคนที่มาเปิดประตู
ก่อนจะเดินเข้าไปในประตู เราสองคนมองกัน เหมือนกับว่าเราจะล่ำลากันด้วยสายตา
ฉันเปลี่ยนที่นั่งรอ เข้าไปนั่งรอข้างในรั้ว มีแม่บ้านเอาน้ำมาให้ ไม่นานเท่าไหร่ฉันก็ต้องออกไปทำงาน

                   นานแค่ไหนแล้วไม่รู้ที่เราไม่ได้เจอกัน เราไม่เคยได้รู้ชื่อของกันและกันเลยด้วยซ้ำ
มาวันนี้ฉันต้องมาทำงานตั้งแต่เช้าเช่นเคย ฉันถามถึงเธอจากพี่คนหนึ่งที่กำลังกินไส้กรอกอยู่นอกรั้ว
แต่แล้วฉันก็ต้องพบกับข่าวร้ายที่ฉันไม่อยากฟัง

                    เธอถูกรถชนตาย มีคนจำกันได้แค่ว่าเป็นรถยนต์วอลโว่
ขับมาเร็วมาก ชนเธอตาย แล้วก็ขับหายไป
ฉันใช้เวลาอยู่นานเพื่อทำความเข้าใจ และทำใจในสิ่งที่เกิดขึ้น
ที่ๆเราพบกันเป็นเพียงซอยเล็กๆ ไม่เข้าใจเลยว่าคนขับจะรีบขับเร็วไปไหน
รถราคาแพง แต่ถูกขับเคลื่อนด้วยสัตว์ชั้นต่ำใจทราม ฉันคิดในใจ

รถยนต์วอลโว่คันนั้น ได้พรากคนแปลกหน้าที่ฉันรักไป












       

(/(='x'=)) End of conversations **

ช่วงนี้ตำรวจเข้มงวดเรื่องกฎหมาย

เรา : จะไปรถไฟฟ้าอ่อนนุชครับ
มอไซค์ : อ่า ตอนนี้แถวนั้น ตำรวจจะจับรถไม่มีป้ายเหลือง
เรา : แล้วพี่ทำไงล่ะครับ ?
มอไซค์ : ขอพี่ถอดเสื้อวินแปบ
เรา :

รองเท้าลดราคา

คนขาย : พี่ว่าคู่นี้สวยกว่าอีกนะ
เรา : มันก็จริงอ่ะครับ แต่ผมว่ามันฉูดฉาดไป
คนขาย : แล้วไม่ดีเหรอ ?
เรา : ผมกลัวว่าคนจะจำได้ว่าซื้อมาตอนลดราคา



DJ Spin

เรา : ไอ้โน้ตมันชนะ dj spin มันได้ตังค์เท่าไหร่ ?
เก่ง : ห้าหมื่น !
เรา : ห้าหมื่นเลยเหรอ ?
เก่ง : แสนนึงหาร 2 อ่ะ คนล่ะ ห้าหมื่น
เรา : กูว่า เรามาเริ่มเล่น electronica กันบ้างดีกา



V3 ถูกโหวตออก



เก่ง : มึงว่าใครจะถูกโหวตออก ?
เรา : กูไม่รู้ กูไม่เคยดูเลยหว่ะ มึงดูเหรอ ?
เก่ง : ไม่ดูเหมือนกัน
โน้ต : กูขอให้ไอ้แฝด ถูกโหวตออก
เรา : ทำไมวะ ?
โน้ต : กู arrange เพลงให้มันอยู่
เรา : แล้ว ?
โน้ต : ถ้ามันโดนโหวตออก พรุ่งนี้กูไม่ต้องทำงาน



พี่น้องตระกูล Wright เค้าคิดอะไรอยู่นะ ตอนออกแบบเครื่องบินลำแรก
ถ้าเค้าอายุยืนอยู่จนถึงทุกวันนี้ คงเหวอน่าดู ที่สำเพ็งมี helicopter บังคับวิทยุขาย

ว่าแต่ Leo Dicaprio เล่นดีเนอะ

"My beloved stranger"

                    มันเป็นเรื่องของหลายวันมาแล้ว และฉันเองก็จำมันไม่ค่อยได้ซักเท่าไหร่
จำได้เพียงลางๆว่า วันนั้นฉันมาถึงที่ทำงานเช้าไปหน่อย ประตูรั้วก็เลยยังปิดอยู่
ฉันอยากจะโทรไปเรียกให้พี่ข้างในมาเปิดให้แต่ก็ทำไม่ได้ เพราะว่าโทรศัพท์ของฉันไม่ได้จ่ายเงิน
ฉันเดินไปที่ตู้โทรศัพท์ใกล้ๆ หยิบเหรียญบาทหยอดลงไป 3 เหรียญ แต่โทรศัพท์ก็เงียบไม่มีเสียงตอบใดๆ
ฉันตัดสินใจนั่งลงรออยู่ที่หน้าประตู รอจนกว่าจะมีใครเปิดประตูมาเห็น หรือไม่ก็จนกว่าพี่เค้าโทรมาตาม
และแล้วขณะที่ฉันกำลังนั่งรออยู่นั้น ฉันก็ได้พบกับเธอ

                   เธอวิ่งผ่านหน้าฉันไปมา มีบ้างที่เธอชายสายตามองมาด้วยความสงสัย
มันคงแปลกซินะ ที่คนอย่างฉันจะต้องมานั่งรอบนทางเท้าแบบนี้ เพียงเพราะว่าโทรศัพท์ โทรออกไม่ได้
ฉันทำเป็นนั่งรอต่อและไม่สนใจ คงเป็นเพราะว่าฉันทึกทักเอาในใจว่าเธอกำลังหัวเราะเยาะฉัน
แต่แล้วฉันก็รู้สึกเศร้า ขณะที่นั่งเหม่ออยู่ ในใจของฉันรู้สึกเหงา
ฉันหันไปมองรอบๆ เพื่อมองหาเธอ แล้วเธอก็ยังอยู่ ยืนมองฉันอยู่ไม่ห่างออกไปนัก
ฉันรวบรวมความกล้าและเอ่ยคำพูดทักทายเธอ

                   เธอหยุดนิ่งทันทีเมื่อได้ยินเสียงของฉัน เธอคงไม่คิดว่าคนอย่างฉันอยู่ดีๆก็จะมาชวนคุยด้วย
เธอดูลังเลและครุ่นคิด ฉันเรียกเธอซ้ำ แต่เธอก็ยังคงรักษาความห่างระหว่างเราสองคนไว้
หน้าตาของฉันคงดูเป็นคนที่ไม่ค่อยน่าไว้ใจซักเท่าไหร่ ฉันเข้าใจ ว่าทำไมเธอถึงลังเล
หลังจากมองตาวัดใจกันอยู่นาน เธอก็เดินเข้ามาหาฉัน

                   คงเป็นเพราะว่าเธอยังเด็ก ฉันไม่ถือสาหรอก ที่เธอไม่ค่อยมีมารยาทกับฉันซักเท่าไหร่
อย่างน้อยฉันก็ไม่ต้องนั่งเหงาอยู่คนเดียว เราหยอกกัน เราเล่นกัน มีความสุขกันดีสองคน
จากผมเผ้าของเธอที่ดูรุงรัง ฉันแอบนึกในใจว่าตัวเธอคงจะเหม็น แต่แล้วกลับไม่ใช่
เธอหอมดี ผมนุ่ม และฉันเข้าใจดีว่าเธอก็คงสงสัยว่าผมฉันจะหอมและนุ่มเหมือนของเธอมั้ย

                   เราเล่นด้วยกันอยู่นาน จนประตูเปิดออก ฉันลุกขึ้นยืนยิ้มแห้งๆ ให้กับคนที่มาเปิดประตู
ก่อนจะเดินเข้าไปในประตู เราสองคนมองกัน เหมือนกับว่าเราจะล่ำลากันด้วยสายตา
ฉันเปลี่ยนที่นั่งรอ เข้าไปนั่งรอข้างในรั้ว มีแม่บ้านเอาน้ำมาให้ ไม่นานเท่าไหร่ฉันก็ต้องออกไปทำงาน

                   นานแค่ไหนแล้วไม่รู้ที่เราไม่ได้เจอกัน เราไม่เคยได้รู้ชื่อของกันและกันเลยด้วยซ้ำ
มาวันนี้ฉันต้องมาทำงานตั้งแต่เช้าเช่นเคย ฉันถามถึงเธอจากพี่คนหนึ่งที่กำลังกินไส้กรอกอยู่นอกรั้ว
แต่แล้วฉันก็ต้องพบกับข่าวร้ายที่ฉันไม่อยากฟัง

                    เธอถูกรถชนตาย มีคนจำกันได้แค่ว่าเป็นรถยนต์วอลโว่
ขับมาเร็วมาก ชนเธอตาย แล้วก็ขับหายไป
ฉันใช้เวลาอยู่นานเพื่อทำความเข้าใจ และทำใจในสิ่งที่เกิดขึ้น
ที่ๆเราพบกันเป็นเพียงซอยเล็กๆ ไม่เข้าใจเลยว่าคนขับจะรีบขับเร็วไปไหน
รถราคาแพง แต่ถูกขับเคลื่อนด้วยสัตว์ชั้นต่ำใจทราม ฉันคิดในใจ

รถยนต์วอลโว่คันนั้น ได้พรากคนแปลกหน้าที่ฉันรักไป












       

(/(='x'=)) End of conversations **

ช่วงนี้ตำรวจเข้มงวดเรื่องกฎหมาย

เรา : จะไปรถไฟฟ้าอ่อนนุชครับ
มอไซค์ : อ่า ตอนนี้แถวนั้น ตำรวจจะจับรถไม่มีป้ายเหลือง
เรา : แล้วพี่ทำไงล่ะครับ ?
มอไซค์ : ขอพี่ถอดเสื้อวินแปบ
เรา :

รองเท้าลดราคา

คนขาย : พี่ว่าคู่นี้สวยกว่าอีกนะ
เรา : มันก็จริงอ่ะครับ แต่ผมว่ามันฉูดฉาดไป
คนขาย : แล้วไม่ดีเหรอ ?
เรา : ผมกลัวว่าคนจะจำได้ว่าซื้อมาตอนลดราคา



DJ Spin

เรา : ไอ้โน้ตมันชนะ dj spin มันได้ตังค์เท่าไหร่ ?
เก่ง : ห้าหมื่น !
เรา : ห้าหมื่นเลยเหรอ ?
เก่ง : แสนนึงหาร 2 อ่ะ คนล่ะ ห้าหมื่น
เรา : กูว่า เรามาเริ่มเล่น electronica กันบ้างดีกา



V3 ถูกโหวตออก



เก่ง : มึงว่าใครจะถูกโหวตออก ?
เรา : กูไม่รู้ กูไม่เคยดูเลยหว่ะ มึงดูเหรอ ?
เก่ง : ไม่ดูเหมือนกัน
โน้ต : กูขอให้ไอ้แฝด ถูกโหวตออก
เรา : ทำไมวะ ?
โน้ต : กู arrange เพลงให้มันอยู่
เรา : แล้ว ?
โน้ต : ถ้ามันโดนโหวตออก พรุ่งนี้กูไม่ต้องทำงาน



พี่น้องตระกูล Wright เค้าคิดอะไรอยู่นะ ตอนออกแบบเครื่องบินลำแรก
ถ้าเค้าอายุยืนอยู่จนถึงทุกวันนี้ คงเหวอน่าดู ที่สำเพ็งมี helicopter บังคับวิทยุขาย

ว่าแต่ Leo Dicaprio เล่นดีเนอะ

I ma CDs Freak ...



สืบเนื่องมาจากเมื่อวานเพิ่งรู้ว่า CD Warehouse กำลังลดสะบั้นหั่นแหลก
สองวันที่ผ่านมาก็เลยซื้อ CD มาเท่าที่เห็นในภาพ ซึ่งก็อาจจะดูไม่เยอะซักเท่าไหร่
เพราะว่า CD ส่วนใหญ่ที่ลดราคาก็เหลือแค่ 49 บาทเอง
รวมทั้ง Twista Kamikaze ใหม่เอี่ยม ซื้อมาด้วยความดีใจ

อาการดีใจนี้ ไม่เหมาะกับคนที่กำลังประสบปัญหาวิกฤติทางการเงินอย่างข้าพเจ้า
และมิหนำซ้ำดันโง่ทำบัตร ATM หายอีกต่างหาก !
คราวนี้จะเบิกเงินแต่ละที ก็ต้องไปธนาคาร แล้วก็กรอกแบบฟอร์มถอนตังค์
ใช้บัตรประชาชนยืนยันตัวเอง แต่ก็ไม่วายเซ็นลายเซ็นไม่เหมือนกับที่เคยเซ็นไว้

โอ้ ~ ก๊อดแดม !

ถึงแม้ว่าจะมี nano คุง ที่ได้มาฟรี แต่ยังไงๆมี CD ตั้งไว้ในห้องก็เท่ห์กว่า



In My Mind ของ Pharell ออกแล้วด้วย
ซื้อมาคู่กับ Turn On อัลบั้มใหม่ คราวก่อนไปแอบยืนฟังแล้วชอบ

เจอเอลโนโน่ กำลังเลือกๆ CD อยู่เหมือนกัน
มันบอกว่ามันผอมลงเพราะว่าเล่นกีฬา ไฉนเราถึงอ้วนขึ้น
เอลโนโน่ ราศีกำลังจับ เพราะทาทาก็กำลังเอาชื่อของมันมาแต่งเป็นเพลง
นั่นมัน เอลนิญโย่ !!!

เดี๋ยวนี้ยังจะมีใครบ้าเก็บ CD เหมือนพวกเรามั้ยนะ ?

ปล.ถ้าจะดู Miami Vice ไปดู โคตรรักฯ เถอะ !

"My beloved stranger"

                    มันเป็นเรื่องของหลายวันมาแล้ว และฉันเองก็จำมันไม่ค่อยได้ซักเท่าไหร่
จำได้เพียงลางๆว่า วันนั้นฉันมาถึงที่ทำงานเช้าไปหน่อย ประตูรั้วก็เลยยังปิดอยู่
ฉันอยากจะโทรไปเรียกให้พี่ข้างในมาเปิดให้แต่ก็ทำไม่ได้ เพราะว่าโทรศัพท์ของฉันไม่ได้จ่ายเงิน
ฉันเดินไปที่ตู้โทรศัพท์ใกล้ๆ หยิบเหรียญบาทหยอดลงไป 3 เหรียญ แต่โทรศัพท์ก็เงียบไม่มีเสียงตอบใดๆ
ฉันตัดสินใจนั่งลงรออยู่ที่หน้าประตู รอจนกว่าจะมีใครเปิดประตูมาเห็น หรือไม่ก็จนกว่าพี่เค้าโทรมาตาม
และแล้วขณะที่ฉันกำลังนั่งรออยู่นั้น ฉันก็ได้พบกับเธอ

                   เธอวิ่งผ่านหน้าฉันไปมา มีบ้างที่เธอชายสายตามองมาด้วยความสงสัย
มันคงแปลกซินะ ที่คนอย่างฉันจะต้องมานั่งรอบนทางเท้าแบบนี้ เพียงเพราะว่าโทรศัพท์ โทรออกไม่ได้
ฉันทำเป็นนั่งรอต่อและไม่สนใจ คงเป็นเพราะว่าฉันทึกทักเอาในใจว่าเธอกำลังหัวเราะเยาะฉัน
แต่แล้วฉันก็รู้สึกเศร้า ขณะที่นั่งเหม่ออยู่ ในใจของฉันรู้สึกเหงา
ฉันหันไปมองรอบๆ เพื่อมองหาเธอ แล้วเธอก็ยังอยู่ ยืนมองฉันอยู่ไม่ห่างออกไปนัก
ฉันรวบรวมความกล้าและเอ่ยคำพูดทักทายเธอ

                   เธอหยุดนิ่งทันทีเมื่อได้ยินเสียงของฉัน เธอคงไม่คิดว่าคนอย่างฉันอยู่ดีๆก็จะมาชวนคุยด้วย
เธอดูลังเลและครุ่นคิด ฉันเรียกเธอซ้ำ แต่เธอก็ยังคงรักษาความห่างระหว่างเราสองคนไว้
หน้าตาของฉันคงดูเป็นคนที่ไม่ค่อยน่าไว้ใจซักเท่าไหร่ ฉันเข้าใจ ว่าทำไมเธอถึงลังเล
หลังจากมองตาวัดใจกันอยู่นาน เธอก็เดินเข้ามาหาฉัน

                   คงเป็นเพราะว่าเธอยังเด็ก ฉันไม่ถือสาหรอก ที่เธอไม่ค่อยมีมารยาทกับฉันซักเท่าไหร่
อย่างน้อยฉันก็ไม่ต้องนั่งเหงาอยู่คนเดียว เราหยอกกัน เราเล่นกัน มีความสุขกันดีสองคน
จากผมเผ้าของเธอที่ดูรุงรัง ฉันแอบนึกในใจว่าตัวเธอคงจะเหม็น แต่แล้วกลับไม่ใช่
เธอหอมดี ผมนุ่ม และฉันเข้าใจดีว่าเธอก็คงสงสัยว่าผมฉันจะหอมและนุ่มเหมือนของเธอมั้ย

                   เราเล่นด้วยกันอยู่นาน จนประตูเปิดออก ฉันลุกขึ้นยืนยิ้มแห้งๆ ให้กับคนที่มาเปิดประตู
ก่อนจะเดินเข้าไปในประตู เราสองคนมองกัน เหมือนกับว่าเราจะล่ำลากันด้วยสายตา
ฉันเปลี่ยนที่นั่งรอ เข้าไปนั่งรอข้างในรั้ว มีแม่บ้านเอาน้ำมาให้ ไม่นานเท่าไหร่ฉันก็ต้องออกไปทำงาน

                   นานแค่ไหนแล้วไม่รู้ที่เราไม่ได้เจอกัน เราไม่เคยได้รู้ชื่อของกันและกันเลยด้วยซ้ำ
มาวันนี้ฉันต้องมาทำงานตั้งแต่เช้าเช่นเคย ฉันถามถึงเธอจากพี่คนหนึ่งที่กำลังกินไส้กรอกอยู่นอกรั้ว
แต่แล้วฉันก็ต้องพบกับข่าวร้ายที่ฉันไม่อยากฟัง

                    เธอถูกรถชนตาย มีคนจำกันได้แค่ว่าเป็นรถยนต์วอลโว่
ขับมาเร็วมาก ชนเธอตาย แล้วก็ขับหายไป
ฉันใช้เวลาอยู่นานเพื่อทำความเข้าใจ และทำใจในสิ่งที่เกิดขึ้น
ที่ๆเราพบกันเป็นเพียงซอยเล็กๆ ไม่เข้าใจเลยว่าคนขับจะรีบขับเร็วไปไหน
รถราคาแพง แต่ถูกขับเคลื่อนด้วยสัตว์ชั้นต่ำใจทราม ฉันคิดในใจ

รถยนต์วอลโว่คันนั้น ได้พรากคนแปลกหน้าที่ฉันรักไป












       

(/(='x'=)) End of conversations **

ช่วงนี้ตำรวจเข้มงวดเรื่องกฎหมาย

เรา : จะไปรถไฟฟ้าอ่อนนุชครับ
มอไซค์ : อ่า ตอนนี้แถวนั้น ตำรวจจะจับรถไม่มีป้ายเหลือง
เรา : แล้วพี่ทำไงล่ะครับ ?
มอไซค์ : ขอพี่ถอดเสื้อวินแปบ
เรา :

รองเท้าลดราคา

คนขาย : พี่ว่าคู่นี้สวยกว่าอีกนะ
เรา : มันก็จริงอ่ะครับ แต่ผมว่ามันฉูดฉาดไป
คนขาย : แล้วไม่ดีเหรอ ?
เรา : ผมกลัวว่าคนจะจำได้ว่าซื้อมาตอนลดราคา



DJ Spin

เรา : ไอ้โน้ตมันชนะ dj spin มันได้ตังค์เท่าไหร่ ?
เก่ง : ห้าหมื่น !
เรา : ห้าหมื่นเลยเหรอ ?
เก่ง : แสนนึงหาร 2 อ่ะ คนล่ะ ห้าหมื่น
เรา : กูว่า เรามาเริ่มเล่น electronica กันบ้างดีกา



V3 ถูกโหวตออก



เก่ง : มึงว่าใครจะถูกโหวตออก ?
เรา : กูไม่รู้ กูไม่เคยดูเลยหว่ะ มึงดูเหรอ ?
เก่ง : ไม่ดูเหมือนกัน
โน้ต : กูขอให้ไอ้แฝด ถูกโหวตออก
เรา : ทำไมวะ ?
โน้ต : กู arrange เพลงให้มันอยู่
เรา : แล้ว ?
โน้ต : ถ้ามันโดนโหวตออก พรุ่งนี้กูไม่ต้องทำงาน



พี่น้องตระกูล Wright เค้าคิดอะไรอยู่นะ ตอนออกแบบเครื่องบินลำแรก
ถ้าเค้าอายุยืนอยู่จนถึงทุกวันนี้ คงเหวอน่าดู ที่สำเพ็งมี helicopter บังคับวิทยุขาย

ว่าแต่ Leo Dicaprio เล่นดีเนอะ

I ma CDs Freak ...



สืบเนื่องมาจากเมื่อวานเพิ่งรู้ว่า CD Warehouse กำลังลดสะบั้นหั่นแหลก
สองวันที่ผ่านมาก็เลยซื้อ CD มาเท่าที่เห็นในภาพ ซึ่งก็อาจจะดูไม่เยอะซักเท่าไหร่
เพราะว่า CD ส่วนใหญ่ที่ลดราคาก็เหลือแค่ 49 บาทเอง
รวมทั้ง Twista Kamikaze ใหม่เอี่ยม ซื้อมาด้วยความดีใจ

อาการดีใจนี้ ไม่เหมาะกับคนที่กำลังประสบปัญหาวิกฤติทางการเงินอย่างข้าพเจ้า
และมิหนำซ้ำดันโง่ทำบัตร ATM หายอีกต่างหาก !
คราวนี้จะเบิกเงินแต่ละที ก็ต้องไปธนาคาร แล้วก็กรอกแบบฟอร์มถอนตังค์
ใช้บัตรประชาชนยืนยันตัวเอง แต่ก็ไม่วายเซ็นลายเซ็นไม่เหมือนกับที่เคยเซ็นไว้

โอ้ ~ ก๊อดแดม !

ถึงแม้ว่าจะมี nano คุง ที่ได้มาฟรี แต่ยังไงๆมี CD ตั้งไว้ในห้องก็เท่ห์กว่า



In My Mind ของ Pharell ออกแล้วด้วย
ซื้อมาคู่กับ Turn On อัลบั้มใหม่ คราวก่อนไปแอบยืนฟังแล้วชอบ

เจอเอลโนโน่ กำลังเลือกๆ CD อยู่เหมือนกัน
มันบอกว่ามันผอมลงเพราะว่าเล่นกีฬา ไฉนเราถึงอ้วนขึ้น
เอลโนโน่ ราศีกำลังจับ เพราะทาทาก็กำลังเอาชื่อของมันมาแต่งเป็นเพลง
นั่นมัน เอลนิญโย่ !!!

เดี๋ยวนี้ยังจะมีใครบ้าเก็บ CD เหมือนพวกเรามั้ยนะ ?

ปล.ถ้าจะดู Miami Vice ไปดู โคตรรักฯ เถอะ !

"ผมแพ้แล้ว"

คุณทำให้ผมกลัวตาย เพราะว่าผมกลัวว่าจะไม่ได้ใช้ชีวิตอยู่กับคุณ

นั่นซินะ

ทุกวันนี้ไม่เคยกลัวตาย แต่ก็นึกอยู่เสมอว่า ก่อนตายอยากขอแค่ซัก 5 10 วิ ก่อนจะสิ้นใจ

ขอโทรหาแฟนแป๊บนึง

อยากแค่บอกแฟนว่ารักมากแค่ไหน

แต่ในความเป็นจริง เราจะมีมั้ยไอ้ 10 วินาทีที่ว่านั่น

ความตายไม่เคยมีรูปแบบตายตัว ตายเร็ว ตายช้า

ผมเคยคิดว่า คนที่ได้รู้ก่อนว่าเวลาตายของตัวเองจะมาถึงเมื่อไหร่นั้น ช่างโชคดี

อย่างน้อยก็ได้ไปจัดการในสิ่งที่อยากทำ หรือร่ำลาใครต่อใครได้ก่อนตาย


เมื่อไม่นานมานี้มีพี่ดีเจอารมณ์ดีคนหนึ่ง ต้องมารู้ว่าตัวเองว่าจะอยู่ได้อีกไม่เกิน 6 เดือน เพราะโรคมะเร็ง

ไม่ถึง 6 เดือนพี่เค้าก็ตาย

ตอนไปรดน้ำศพผมยังแทบไม่เชื่อสายตาตัวเองด้วยซ้ำ
ว่านี่น่ะเหรอคือพี่อารมณ์ดีที่ทำผมมีความสุขทุกครั้งที่ได้คุยกับเขา เพราะว่าพี่เค้าดูซูบผอมเป็นคนล่ะคน


มะเร็งนั้นก็เป็นโรคที่แปลก ลักษณะนิสัยคงคล้ายๆกับสิว

ถ้าพรุ่งนี้จะมีนัดสำคัญ แน่นอนเลยมันมักจะขึ้น แต่ถ้าเราไม่สนใจ มันก็จะหายไป

มะเร็งก็คงไม่ต่างกัน

ครูชีวะฯสมัยมัธยมขอ เป็นมะเร็งเต้านมระยะเกือบๆสุดท้าย หมอบอกว่าจะต้องพึ่งคีโมฯสถานเดียว

ครูไม่ชอบคีโม บอกหมอว่าจะกลับบ้านไปกินงาดำ

สามเดือนต่อมามะเร็งก็หายไป หมอเองก็แทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง
คนไข้ที่รอๆอยู่พอได้ยินอย่างนี้เข้า ก็พากันไปกินงาดำตามกันใหญ่




ศูนย์กลางของมนุษย์นั้นอยู่ที่จิตใจ ถ้าใจสู้ ไม่ว่าอะไรก็ไม่แพ้

จิตใจของพี่ดีเจที่ผมรู้จัก คงตายไปตั้งแต่ตอนที่หมอบอกว่าจะอยู่ได้อีก 6 เดือน

ไม่ใช่มะเร็งหรอกที่เอาชีวิตพี่ของผมไป หมอต่างหาก

มันคงเป็นกฎกติกาของวงการแพทย์ที่จะต้องบอกคนไข้ให้รู้ว่าเราเป็นอะไร แล้วจะอยู่ได้อีกนานเท่าไหร่

ถ้าเป็นผม ผมขอว่าอย่าบอกกันเลยดีกว่า

เพราะว่าผมก็คงลัลล้าไปวันๆจนลืมไปเลยว่าฉันต้องป่วยตาย

ทุกวันนี้อย่าว่าแต่ป่วยตายเลย แค่เกิดเป็นคนไทย ก็มี 108 วิธีแสนสนุกที่จะทำให้เราตายได้อย่างไม่รู้ตัว

เช่น แม่พาลูก 3 ขวบไปดูพลุ ก็ยังมีขี้เมาที่ไหนไม่รู้ ยิงปืนขึ้นฟ้า แล้วกระสุนก็หล่นลงมาใส่หัวน้องเค้า ตาย

ชีวิตของคนเรา คนที่ไม่สมควรตายก็ตายกันเป็นว่าเล่น ส่วนคนที่มันสมครจะตายโหง ก็ยังเดินไปเดินมาอยู่

อันนี้อย่าไปใส่ใจ ใส่ใจแค่ตัวเราดีกว่า

เราใช้เวลาของเราให้มีค่า เวลาของเราที่แสนสั้นจงเอาไปทำในสิ่งที่ดีที่สุด สำหรับเราและคนรอบข้าง

เกิดเป็นคนทั้งที อย่าทำตัวเหมือนมดงาน ที่พอหมดค่าแล้ว เพื่อนๆก็พากันคาบโยนทิ้งไป ไม่ดีๆ

เราใส่เสื้อเหลืองเขียนว่ารักในหลวง ปากก็พูดอยู่ปาวๆว่ารักในหลวง
แต่อยากรู้จังว่าจะมีใครซักคนบ้างที่ช่วงแบ่งเบาภาระหน้าที่ของในหลวง ?

การที่เราได้ทำดีอะไรซักอย่าง ที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม ก็ถือได้ว่าเราได้แบ่งเบาภาระหน้าที่ของพระองค์ท่านแล้ว

ผมเริ่มสัญญากับตัวเองอย่างจริงจัง แล้วก็เริ่มไปสอนการบ้านน้องๆตาบอด

แล้วคุณล่ะ ได้เริ่มทำอะไรบ้างหรือยัง เวลากำลังเดินอยู่นะ




sillyrabbit